วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

โลกหลังปี 2000 และความรุนแรงของภัยพิบัติ บนความเห็นแก่ตัวของคนไทย จะนำพาประเทศชาติไปได้ไกลแค่ไหน

             ประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 24 มิถุนายน ปี พ.ศ. 2482 โดยก่อนหน้านั้น เรียกว่า สยาม หรือ เสียม การก่อตั้งชื่อว่าไทย นั้น ได้มีการโหวตกันในสภาผู้แทนราษฎร ว่าจะเอาคำว่า ไท หรือ ไทย ดี ปรากฎว่า ไทย ชนะ ไท ไปด้วยคะแนนเสียง 64 ต่อ 57 เพราะเหตุผลว่า คำว่า ไท ที่เติม ย ยักษ์ เปรียบเหมือนหญิงงาม ส่วน ไท ที่ไม่มี ย ยักษ์ นั้น เปรียบเหมือนหญิงไม่งาม โดย ย ยักษ์ นั้น เปรียบเสมือนการที่มีอารมณ์อยากสนิทชิดเชื้อมีเพศสัมพันธ์ด้วย (ทั้งสามเรื่องนี้ 1. การเปลี่ยนชื่อจากสยามเป็นไทย ทำไมต้องมี ย. 2. เสียมเรียบ และไทย 3.คนไทยอพยพจากเทือกเขาอัลไต ท่านสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้ด้วยตนเอง  )

            นิสัยคนไทยตามที่ลาลูแบร์ ได้บันทึกไว้ว่า “สติปัญญาอันฉับไว และเฉียบแหลมของชาวสยาม น่าจะเหมาะสำหรับเรียนวิชาคำนวณยิ่งกว่าศาสตร์ อื่นๆ ถ้าเขาไม่ชิงเบื่อเสียเร็วนัก(หน้า 198) คนสยามมีนิสัยอ่อนโยนมีสัมมาคารวะ แต่ก็มีความโลภ เกียจคร้าน ไม่อยากรู้ไม่อยากเห็น (หน้า 23) แต่ชาวสยามก็เป็น คนที่เชื่อถือโชคลางมาก เช่น หากเขาได้ยินเสียงเสือ ช้าง แรด หมีกระทิง ละมั่ง กวาง ทราย ค่าง บ่าง ชะนีงูเลื้อยผ่านหน้าหรือมีฟ้าผ่าใกล้ๆ ถือว่าลางไม่ดีเขาจะ ไม่ออกไปไหนวันนั้น (หน้า 204)

          แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือ ประชากรสยาม ลาลูแบร์ระบุว่า ประชากรสยามจากการสำรวจล่าสุด ของรัฐบาลมี1,900,000 คน ลา ลูแบร์บอกว่า รัฐบาลสยามมีการสำรวจกันทุกปี (แต ่ในพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาไม ่ปรากฎตัวเลขประชากรเลย) จำนวนที่ว่านี้ ลาลูแบร์ให้ความเห็นว่า น่าจะกล่าวเกินจริง เพราะรัฐบาลขูดรีดแรงงานจากไพร่หลวง ถึงปีละ 6 เดือน โดยไม่มีอาหารเลี้ยง กับการเก็บภาษีที่รุนแรง ทำให้ราษฎร ส่วนหนึ่งหลบซ่อนไปอยู่ในป่าดง เพื่อจะได้ไม่ถูกขูดรีดดังกล่าว (หน้า 40) ซึ่งเรื่องนี้ ผู้วิจารณ์เชื่อว่า น่าจะเป็นจริง เพราะต่อมาในสมัยต้นรัตนโกสินทร์มีคนไทยไม่น้อย หลบซ่อนอยู่ในป่าดง เพื่อจะได้ไม่ถูกรัฐบาลเกณฑ์แรงงานและขูดรีดภาษี

         แหล่งรายได้ของเจ้าเมือง ในบรรดาขุนนางสยามเจ้าเมืองมีฐานะดีกว่า เพื่อน แม้จะไม่มีเงินเดือนแต่มีรายได้หลายทางตั้งแต่ได้รับอากรค่านาถึง50% ของ อากรที่เก็บได้ในแต่ละเมือง เวลาจำเลยถูกริบทรัพย์ค่าปรับไหมจำเลย เจ้าเมืองก็ได้ ส่วนแบ่ง ได้ใช้แรงงานไพร่สมฟรีได้หักเปอร์เซนต์ภาษีเรือพาณิชย์สำหรับเมือง ชายทะเล ภาษีจังกอบสำหรับพ่อค้าที่ผ่านด่านภาษีเจ้าเมืองบางคนทำการค้าด้วย เวลาชาวบ้านวิดหนองบึง ปลาตัวแรกที่จับได้ต้องนำมาให้เจ้าเมือง(หน้า 252-254)

          แหล่งรายได้ของรัฐ แหล่งรายได้ของพระเจ้าแผ่นดิน มีหลากหลาย ตั้งแต่ แรงงานไพร่ฟรีปีละ 6 เดือน อากรค่านา ภาษีขาเข้าขาออก ภาษีเรือ อากร สุรา อากรสวน (เก็บจากผู้ปลูกทุเรียน พลูหมาก มะพร้าว ส้ม มะม่วง มังคุด พริก) และการค้าผูกขาดสินค้าบางอย่าง (ผ้าฝ้าย,ดีบุก,งาช้าง,ดินประสิว,ตะกั่ว,ไม้ฝาง กำมะถัน ดินปืน เครื่องศัตราวุธ และหนังสัตว์ปีหนึ่งเก็บภาษีได้1.2 ล้านลีวร์ (2.5ลีวร์= 1 ชั่ง=80 บาท) (หน้า 284-7) 1ลีวร์= 32 บาท เงิน 1.2ล้านลีวร์เท่ากับ เงินไทยขณะนั้น 38.4 ล้านบาท มูลค่าเงินบาทสมัยสมเด็จพระนารายณ์คิดจาก ค่าแรงรับจ้างสมัยนั้น เดือนละ 2 บาท หรือวันละ 6.7 สตางค์คนที่รับจ้าง 15 วัน จะพอกินไปได้1 เดือน ไพร่ที่ไม่ไปเข้าเดือนเพราะติดงานจำเป็นต้องจ่ายเงินแทน เดือนละ 1 บาท (หน้า 285) (ในขณะที่ค่าแรงขั้นต่ำในปัจจุบัน 215 บาท/วัน จึงต่าง จากสมัยสมเด็จพระนารายณ์3209 เท ่า ดังนั้นภาษีที่รัฐบาลสมัยนั้นเก็บได้ 38.4 ล้านบาท มีมูลค่าเท่ากับ 123,226 ล้านบาท ในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประชากรเพียง 1.9ล้านคนในขณะนั้น หากเปรียบเทียบรายได้ ของรัฐต่อประชากร ปัจจุบัน 46,153 บาท/คน/ปีแต่สมัยนั้นรายได้ของรัฐกลับสูงกว่า มาก คือ สูงถึง 64,855 บาท/คน/ปีเมื่อเทียบค่าของเงินสมัยนั้นเป็นค่าเงินปัจจุบัน)

           การตัดสินคนผิด ที่ไม่มีหลักฐานพิสูจน์ความผิด พระเจ้าแผ่นดินจึงให้ เสือโคร่งเป็นผู้ตัดสิน โดยเอาทั้งโจทย์และจำเลยไปใส่กรงเสือเสือกินคนไหนคนนั้น คือผู้ผิด ถ้ากินทั้งคู ่ก็แปลว ่าผิดทั้งคู ่ ถ้าไม ่กินทั้งคู ่จะต้องไปพิสูจน์ด้วยวิธีอื่น (หน้า 312,263)

           เรื่องราวเหล่านี้ ไม่ปรากฎในแบบเรียนของนักเรียนไทย 

        ไม่กี่วันที่แล้ว ข้าพเจ้าได้ไปร้านหนังสือและได้พบแบบเรียนของประเทศสิงคโปร์ เลยซื้อมาเนื่องจากเป็นหนังสือลดราคา พบว่า แบบเรียนของเด็กในประเทศสิงคโปร์สอนเรื่องราว Timeline ของโลก ซึ่งแตกต่างจากแบบเรียนของนักเรียนไทย ที่สอนวิชาที่ใช้ประโยชน์ในชีวิตจริงไม่ได้เลย เช่น วิชากระบี่กระบอง ก้าว ยก จ้วง  เป็นต้น แต่ในแต่ละปี มีสถิติเด้กจมน้ำตายมากมาย.

        เด็กๆถูกสอนโดยผู้ใหญ่ระดับขุนนาง ว่า โตไปไม่โกง แต่ลูกหลานขุนนางนั้นโกง 100% โกงทุกคน ไม่มีขุนนางคนใคไม่โกงเลย อยู่ที่โกงมากหรือโกงน้อยเท่านั้น 

       ข้าพเจ้ามั่นใจและทดสอบมาตั้งแต่ข้าพเจ้าอายุ 25 ปี จนตอนนี้อายุ 40 ปีแล้ว พบว่า ขุนนางทุกชั้น เชื่อถือมิได้ ยามเกิดภัยไม่ว่าภัยพิบัติใดก็ตาม ขุนนางจะโกหกประชาชนและเอาความดีเข้าตัวก่อนเสมอ ประชาชนต้องรับเคราะห์กรรมตามยถากรรมไปเอง โดยหามีขุนนางมาคอยบรรเทาทุกข์ไม่.

        พวกขุนนางมีอำนาจมากเนื่องด้วยกอปรกรรมชั่วแข็งขัน แต่ตีหน้าเศร้า เล่าความเท็จ เสแสร้งกล่าวอ้างคำสัตย์ ให้ไพร่ฟ้าชื่นชม หลงลืมเรื่องราวความทุกข์ที่ผ่านมาเพื่อให้เข้าสู่ความทุกข์เข็ญครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่กว่า.

       ทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติขุนนางไม่เคยต้องถูกลงโทษเนื่องด้วยสรรหาคำพูดมาแก้ตัวไปได้ทุกครั้ง เช่น ฝนตกมากเกินกำลัง 

      ขุนนางจะตั้งขี้ข้ามาคอยรับใช้และกระทำการแทน เบียดบังงบแผ่นดินไปใช้สุรุ่ยสุร่ายเสียเองทั้งสิ้น มีเมียน้อยปรนเปรอ มีกิน และมากด้วยเกียรติ ขุนนางที่เป็นพ่อค้าฉ้อฉลจะแสวงหาอำนาจผ่านการยกมือไหว้แนบไปด้วยเบี้ยก้อนหนึ่งเพื่อแลกกับการกาบัตรลงคะแนน แถมด้วยกำลังที่มิอาจปฏิเสธได้ หากคะแนนไม่ถึง ทีมงานขี้ข้าก็จะมีหน้าที่ตามกระทีบและนำศพไปโบกปูน ตำรวจก็รับเงินขุนนางฉ้อฉล บิดเบือนสำนวนให้อ่อนลงเสีย หาว่า สูญหายไปโดยเรื่องราวต่างๆ เช่น นกเอี้ยงทำร้ายจนเสียชีวิต 

    ไม่มีไพร่ฟ้าผู้ใดกล้าลุกขึ้นสู้ เพราะต่างรักชีวิต 

แต่ถึงเรามีชีวิตก็มีได้แค่สิ้นชีวิตเรา ลูกหลานเราคงไม่มี ไม่นานเผ่าพันธ์เราก็จะหมดสิ้นเหลือเพียงพวกปลิ้นปล้อนฉ้อฉล เป็นตัวตลกในเวทีโลก

    ฤา เรา จะปล่อยให้ เสียม เป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ตามที่เคยเป้นมา.

เราบูชาคนที่จบ มหาลัยห้องแถวไม่มีตัวตน แคลิฟอเนียร์ยูนิเวอร์ซิตี้ เรายำเกรงคนขายยาเสพติด เราต้องกราบไหว้คนทำเว็บพนัน เราต้องชื่นชมคนฮั้วประมูลทำถนนภาครัฐ ทำได้ 3 เดือนถนนพัง เราต้องลำบากลำบนเสียค่าซ่อมรถ เราต้องบูชาคนที่ขายไฟฟ้าลวงหน้าโดยต้องจ่ายค่าไฟแพงๆจากรายได้อันน้อยนิดที่ระบบขุนนางมอบให้ เราต้องจ่ายค่าประกันสังคมเสียม โดยให้ขุนนางประกันสังคมเสียม นำไปลงทุนซื้อของมูลค่าต่ำด้วยเงินจำนวนมากเกินราคาประเมิน โดยที่เขาแจกจ่ายเพียงปฏิทินตั้งโต๊ะ ทั้งๆที่เรามีสมาร์ทโฟน มีแอป คาเลนดาร์ 

     เราจะอยู่แบบนี้ไป เพราะพวกเรานั้น คือ พวกเสียม หรือ ไทย ครับผม เราภูมิใจในความเป็นไทย ดังคำกล่าวก่อนเพลงชาติตอน 8 โมง ทุกวัน 

    เราจงภูมิใจว่า ไทย ชนะ ไท ด้วยคะแนนเสียง 64 ต่อ 57 เพราะ ไทย เติม ย. เปรียบเหมือนหญิงงาม น่าชักชวนไปร่วมเพศด้วย.

    เราจะล่มสลายลงสักวันหนึ่ง. ขอให้เรามั่นใจ

จากสถิติน้ำท่วมหาดใหญ่ก่อนการท่วมใหญ่ ปี 2568 พบว่า มีการท่วมมาหลายครั้ง

ปี2531 2543  2553 2558 2564  งบบริหารจัดการน้ำส่วนใหญ่ก็เป็นค่าเช่าเครื่องจักร 

การบริหารจัดการน้ำก็ไม่มีการบริหารจัดการ เป็นการปล่อยละเลยตามมีตามเกิด เสียตรงไหนซ่อมตรงนั้น ไม่มีแผนรับมืออย่างจริงจัง ไม่มีการลิงค์ข้อมูลกันระหว่างหน่วยงาน การส่งข้อมูลก็อาศัยรูปแบบเอกสารเป็นหลัก คนมีความรู้จริงไม่ได้ทำงาน คนได้ทำงานก็คือลูกหลายของผู้บริหาร 

ปัจจัยที่ทำให้เกิดน้ำท่วมคือปริมาณฝน ปริมาณฝน ปี 2568 ส่งผลจากปรากฎการณ์ลานิญญา ซึ่งหน่วนงานอุตุนิยมวิทยาก็ไม่บอกประชาชน ซึ่งเพจเฟซบุ๊ค ที'ลมฟ้าอากาศ ได้ประกาษแจ้งเตือนปริมาณน้ำฝนสะสมเกิน 1000 มม. ปรากฏว่าเพจต่อต้านข่าวปลอมของรัฐบาลได้กล่าวหาว่าเป็น Fake news. 

หลังจากน้ำท่วมแล้วก็ไม่มีแผนบริหารจัดการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ต้องขอพึ่งพาเด็กๆและบุคลากรณ์ของโรงเรียน ม.อ. เป็นหลัก เพราะเขาสอนมาดี ต่างจากรัฐบาลไทย ที่ทำงานไม่เป็็น ได้แต่นั่งเครื่องบินไปโน่น มานี่ ถ่ายภาพเอาหน้าไปวันๆ 

ทางรอดของประชาชนคือ เน้นพึ่งพาตนเอง เตรียมโฟม EPS เอาไว้ 4-8 แผ่น ทุกๆหลังคาเรือน เตรียมอาหาร เตรียมไฟฟ้าจากแบตเตอร์รี่ขนาดเล็กๆ เตรียมระบบสื่อสารแบบวิทยุ ศึกษารหัสมอร์ส เพราะเมื่อถึงคราวภัยพิบัติ สัญญาณมือถือก็ล่มสลาย การติดต่อสื่อสารจึงเป็น 0.  

ขอชื่นชมนักศึกษาปีที่ 2 จาก จ.พัทลุง ที่ทำเว็บไซต์ หาดใหญ่ต้องรอด โดยที่ไม่ได้พึ่งพารัฐบาล เพราะทราบดีว่ารัฐบาลทำได้แค่เดินแกว่งไข่.

ในขณะที่น้ำกำลังท่วม ผู้คนกำลังรอคอยความช่วยเหลือ ส.ส.สมยศ ในพื้นที่ ต้องรอฤกษ์โบกธงปลอยขบวนรถ ซึ่งเป็นเรื่องน่าขันมาก

ประ

หากเกิดภัยพิบัติครั้งต่อไป ข้าพเจ้าเชื่อเหลือเกินว่า ประชาชนจะออกมาช่วยเหลือกันเอง และรัฐบาลก็จะมาถ่ายภาพเคลมเอาหน้าตามเคย.

    



















วันเสาร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2568

การวิบัติแบบต่างๆในงานโครงสร้าง

 การวิบัติแบบต่างๆในงานโครงสร้าง

การเสียรูป, การวิบัติ หรือภาษาชาวบ้านเรียกว่า การพัง นั้น สามารถเกิดได้กับทุกอย่างที่เป็นโครงสร้าง เช่น อาคาร บ้านเรือน ชิ้นส่วนเครื่องจักรกล รางรถไฟ สะพาน เสา ตลอดจนสิ่งต่างๆที่มนุษย์สร้างขึ้นอีกหลายอย่าง ซึ่งการวิบัติ เป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดอยากให้เกิดขึ้นเกิดขึ้น ยกเว้นการทดสอบบางประการเกี่ยวกับการวิบัติ เช่น การทดสอบแรงดึง แรงอัด เป็นต้น 

การวิบัติ เกิดขึ้นได้จากหลากหลายสาเหตุ โดยในสายงานวิศวกรรม สามารถแบ่งออกได้เป็น 6 ประเภท ได้แก่

1. การวิบัติเนื่องจากความเค้นสูงเกินกำลังต้านทานของวัสดุ หรือ เลยช่วงการคืนตัวกลับคืน หรือช่วงเชิงเส้น หรือ จุดคราก, จุด ยีลด์ 

การวิบัตินี้ ไม่ค่อยเกิดโดยตรง เนื่องจากการออกแบบส่วนใหญ่ จะใช้ค่าจุดครากของวัสดุมาออกแบบ แต่ที่เห็นการวิบัติบ่อยๆ เนื่องมาจากต้นเหตุอื่นมากกว่า จึงส่งผลโดยรวมให้เลยจุดคราก


2. การวิบัติโดยรับภาระเกินกำลังในแนวแกน หรือ บัคลิ่ง, Buckling บางคนเรียก บักกิ้ง 

การวิบัติแบบนี้ส่วนใหญ่จะเกิดบริเวณเสาหรือชิ้นส่วนที่รับแรงในแนวแกน การวิบัติแบบ Buckling มีตัวแปรสำคัญมาจากอัตราส่วนความชลูด หรือ Slenderness ratio เป็นหลัก  ค่านี้ก็สำคัญสำหรับการออกแบบชิ้นส่วนที่ทำหน้าที่รับแรงตามแนวแกน หรือ Axial load 

3. การวิบัติจากการสั่นฟ้อง หรือ เรโซแนนซ์, Resonance.

การวิบัติแบบนี้ค่อนข้างรุนแรง และมักเป็นต้นเหตุไปสู่ความวิบัติอื่นๆ เนื่องจากไม่สามารถมองเห็นได้ หรือสังเกตุได้ยาก เล่น ลมพัดสะพานจนแกว่งไปมา เริ่มจากแกว่างน้อยๆ จนเกิดการเคลื่อนที่แบบคลื่น เมื่อความถี่ถึงค่าค่าหนึ่งที่เป็นความถี่วิบัติ หรือความถี่ธรรมชาติ ก็จะส่งผลให้ค่าต่างๆเกินจากที่ออกแบบไว้ ทำให้วิบัติในที่สุด

4. การวิบัติจากความล้า หรือ ฟาทีก, Fatigue การวิบัติแบบนี้เกิดขึ้นจากการสูญเสียกำลังของวัสดุเนื่องจากความล้า หรือการอ่อน เช่น เหล็กเส้นกลม โดนดัดไปมา จนเกิดความร้อนและอ่อนตัวในที่สุด การล้า สามารถเกิดขึ้นได้เสมอไม่จไเป็นต้องมากจากแรงเชิงกลก็ได้ เช่น หลอดไฟ ที่เปิดปิดบ่อยๆ เกิดความร้อนและเย็นสลับกันจนใส้หลอดขาดลงในที่สุด หรือ อุปกรณ์ตัดไฟฟ้าในเบรกเกอร์ ที่ใช้หลักการนี้ หรือบางครั้ง กล้ามเนื้อของเราก็อ่อนล้าได้หากทำงานหนักซ้ำๆ เพราะเรื่องนี้คือธรรมชาติ ฉะนั้น การออกแบบโดยใช้วัสดุที่ถูกต้อง ค่าความเผื่อต่างๆถูกต้อง ก็ย่อมป้องกันการวิบัติจากความล้าได้


5. การวิบัติแบบครีป, Creep การเสียรูปแบบนี้คล้ายๆการเสียรูปเฉพาะส่วน เช่น ชิ้นส่วนปีกนกของช่วงล่างรถยนต์ ที่วิบัติเฉพาะจุดเนื่องจากได้รับแรงเกินพิกัดอยู่เฉพาะจุดใดจุดหนึ่ง การวิบัติแบบนี้อาจจะค่อยๆเกิดและสะสมความเสียหายไว้เรื่อยๆจนนำไปสู่การวิบัติรวมของโครงสร้าง


6. การวิบัติเนื่องจากสูญเสียพื้นที่หรือเนื้อรับภาระจากการสึกกร่อน เช่น การเกิดสนิม จนคุณสมบัติรับแรงของเหล็กเปลี่ยนไป จนเกิดการวิบัติ

การวิบัติจากภาวะนี้สร้างความเสียหายร้ายแรง ในแต่ละปี มนุษย์สูญเสียมูลค่ากับการป้องกันการสึกกร่อนของโลหะเป็นอย่างมาก แต่หากเทียบกับการปล่อยให้เกิดการสึกกร่อน ก็จะมีความเสียหายใหญ่หลวงกว่า เช่น อุตสาหกรรมการผลิตปิโตรเลียมในทะเล เป็นต้น


วิศวกรท้องถิ่น 6/14/2025
Line ID: engineerm

วันอังคารที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2567

GD&T และความหมายของสัญลักษณ์เพื่อการทำ Drawing

 อธิบาย GD&T ในรูปแบบที่เข้าใจง่ายโดยมุ่งเน้นไปที่การตีความและการวัดขนาด

สัญลักษณ์ของ GD&T ที่พบบ่อยๆ

เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของรูปร่าง
ความตรง
ความตรง Straightness (คำย่อ STR TOL)
ใช้ในการระบุความตรงของชิ้นงาน

ความเรียบ
ความเรียบ Flatness (คำย่อ FLAT TOL)
ใช้เพื่อระบุส่วนที่ยื่นออกมามากที่สุดและส่วนที่เว้าเข้าไปมากที่สุด
ความกลม
ความกลม Roundness (คำย่อ RD TOL)
ใช้ในการระบุว่าชิ้นงานควรจะใกล้เคียงกับวงกลมที่สมบูรณ์แบบมากเพียงใด
ความเป็นทรงกระบอก
ความเป็นทรงกระบอก Cylindricity (คำย่อ CYL TOL)
ใช้ในการระบุว่าชิ้นงานควรจะมีความตรงมากเพียงใดและควรจะใกล้เคียงกับวงกลมที่สมบูรณ์แบบมากเพียงใด
ความคลาดเคลื่อนที่โปรไฟล์ของเส้น
ความคลาดเคลื่อนที่โปรไฟล์ของเส้น
ใช้ในการระบุว่าชิ้นงานควรจะมีความโค้ง (ของส่วนตัดขวาง) มากเพียงใดเมื่อเทียบกับแบบร่าง
ความคลาดเคลื่อนที่โปรไฟล์ของระนาบ
ความคลาดเคลื่อนที่โปรไฟล์ของระนาบ
ใช้ในการระบุว่าชิ้นงานควรจะมีความโค้ง (ของส่วนตัดขวาง) มากเพียงใดเมื่อเทียบกับแบบร่าง
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของทิศทางการวาง
ความขนาน
ความขนาน
ใช้เพื่อระบุว่าเส้น 2 เส้นหรือระนาบ 2 ระนาบจะมีความขนานที่แม่นยำเพียงใดเมื่อเทียบกับ Datum
ความตั้งฉาก
ความตั้งฉาก
ใช้เพื่อระบุว่าชิ้นงานจะมีความตั้งฉากที่แม่นยำเพียงใดเมื่อเทียบกับ Datum
ความเป็นมุม
ความเป็นมุม
ใช้เพื่อระบุว่าชิ้นงานจะมีความเป็นมุมที่แม่นยำเพียงใดเมื่อเทียบกับ Datum
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของตำแหน่ง
ตำแหน่ง
ตำแหน่ง
ใช้เพื่อระบุว่าชิ้นงานมีตำแหน่งที่แม่นยำเพียงใดเมื่อเทียบกับ Datum
ความร่วมแกนและความร่วมศูนย์
ความร่วมแกน
ใช้ในการระบุว่าแกนของทรงกระบอก 2 ชิ้นมีความร่วมแกน (ไม่มีความเบี่ยงเบนจากแกนกลาง) มากเพียงใดเมื่อเทียบกับ Datum
ความร่วมศูนย์
ใช้ในการระบุว่าแกนของทรงกระบอก 2 ชิ้นมีความร่วมศูนย์ (ไม่มีความเบี่ยงเบนจากจุดศูนย์กลาง) มากเพียงใดเมื่อเทียบกับ Datum
ความสมมาตร
ความสมมาตร
ใช้เพื่อระบุว่าชิ้นงานจะมีความสมมาตรที่แม่นยำเพียงใดเมื่อเทียบกับ Datum
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของการหนีจากจุดอ้างอิง
การหนีศูนย์กลางของวงกลม
การหนีศูนย์กลางของวงกลม
ใช้ในการระบุการหนีจากจุดอ้างอิงที่ส่วนใดส่วนหนึ่งของเส้นรอบวงเมื่อชิ้นงานหมุน
การหนีแนวระนาบ
การหนีแนวระนาบ
ใช้เพื่อระบุการหนีจากจุดอ้างอิงของพื้นผิวทั้งหมดเมื่อชิ้นงานหมุน

สัญลักษณ์ที่เกี่ยวข้อง

ข้อกำหนดของ Envelope
ข้อกำหนดของ Envelope
“E” จะหมายถึง “Envelope” สัญลักษณ์นี้จะระบุถึงความสัมพันธ์ของเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของขนาดและเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของรูปทรงเรขาคณิต โดยจะระบุ Envelope ของรูปร่างสมบูรณ์
สภาวะอิสระของชิ้นส่วนยืดหยุ่น
สภาวะอิสระของชิ้นส่วนยืดหยุ่น
“F” หมายถึง “สภาวะอิสระ” สัญลักษณ์นี้ระบุถึงการเปลี่ยนรูปที่เกินกว่าเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของขนาดหรือเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของรูปทรงเรขาคณิตภายใต้สภาวะอิสระ
การใช้ส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือน้อยที่สุด
การใช้ส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือน้อยที่สุด
“L” หมายถึง “ส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือน้อยที่สุด” สัญลักษณ์นี้จะระบุถึงการใช้ปริมาณของวัสดุน้อยที่สุด
การใช้งานส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือมากที่สุด
การใช้งานส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือมากที่สุด
“M” หมายถึง “ส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือมากที่สุด” สัญลักษณ์นี้จะระบุถึงส่วนที่มีปริมาณเนื้อวัสดุเหลือมากที่สุด
การระบุขอบเขตความคลาดเคลื่อนที่ประมาณการณ์
การระบุขอบเขตความคลาดเคลื่อนที่ประมาณการณ์
“P” หมายถึง“ขอบเขตความคลาดเคลื่อนที่ประมาณการณ์” สัญลักษณ์นี้จะระบุเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนที่ใช้กับส่วนที่ยื่นออกมาของ Feature
ไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุ
ไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุ
สัญลักษณ์ที่ใช้โดยมาตรฐาน ANSI ซึ่งหมายถึง “โดยไม่คำนึงถึงขนาดของ Feature (RFS)” สัญลักษณ์นี้ได้ถูกยกเลิกไปในมาตรฐาน ASME Y14.5-2009
การระบุระนาบสัมผัส (เฉพาะ ASME)
การระบุระนาบสัมผัส (เฉพาะ ASME)
“T” หมายถึง “ระนาบสัมผัส” การทำมุมของระนาบที่สัมผัสกับพื้นผิวเมื่อเทียบกับระนาบ Datum ภายในระยะของพื้นผิวที่กำหนดจะระบุโดยใช้ความขนาน โดยระนาบสัมผัสจะระบุถึงความนูนของพื้นผิว ไม่ใช่ความเว้า ซึ่งแตกต่างจากความขนาน
ความคลาดเคลื่อนของโปรไฟล์ที่ถูกนำออกไม่เท่ากัน (เฉพาะ ASME)
ความคลาดเคลื่อนของโปรไฟล์ที่ถูกนำออกไม่เท่ากัน (เฉพาะ ASME)
“U” หมายถึง “โปรไฟล์ที่ถูกนำออกไม่เท่ากัน” ซึ่งจะระบุช่วงของปริมาณค่าชดเชยที่เกินมาจากขอบเขตความคลาดเคลื่อน (ขีดจำกัดขอบเขตความคลาดเคลื่อน) ในแง่ของความคลาดเคลื่อนที่โปรไฟล์ของระนาบ หากเป็นมาตรฐาน ISO จะใช้ “UZ” กำกับแทน
Feature เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
Feature เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน
การระบุของสัญลักษณ์ เกณฑ์ความคลาดเคลื่อน เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของรูปทรงเรขาคณิตแบบต่างๆ ตำแหน่ง และข้อกำหนดอื่นๆ
การระบุ Datum
การระบุ Datum
ตำแหน่งของ Datum
เป้าหมายของ Datum
เป้าหมายของ Datum
จุด เส้น หรือพื้นที่ที่ใช้กำหนด Datum
มิติแท้จริงทางทฤษฎี (TED)
มิติแท้จริงทางทฤษฎี (TED)
มิติแท้จริงทางทฤษฎี (TED)
พื้นที่ความคลาดเคลื่อนร่วม
พื้นที่ความคลาดเคลื่อนร่วม
“CZ” หมายถึงพื้นที่ร่วม สัญลักษณ์นี้จะระบุเพื่อให้ถือว่า Feature หลาย Feature ที่แยกกันนั้นเป็นพื้นที่ความคลาดเคลื่อนเดียวกัน
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของโปรไฟล์ (เส้นรอบรูป)
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของโปรไฟล์ (เส้นรอบรูป)
หมายถึงการใช้เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของรูปทรงเรขาคณิตกับเส้นรอบรูปของ Feature ที่ระบุโดยใช้ลูกศร
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของโปรไฟล์ (ทั้งหมด)
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของโปรไฟล์ (ทั้งหมด)
หมายถึงการใช้เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของรูปทรงเรขาคณิตกับ Feature ทั้งหมดที่ระบุโดยใช้ลูกศร
เป้าหมายของ Datum ที่เคลื่อนที่ได้ (มีใน ASME เท่านั้น ส่วน ISO กำลังจะมีในอนาคต)
เป้าหมายของ Datum ที่เคลื่อนที่ได้ (มีใน ASME เท่านั้น ส่วน ISO กำลังจะมีในอนาคต)
เป้าหมายของ Datum ที่กำหนดและชิ้นงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งสามารถเคลื่อนที่ได้ ตัวอย่างเช่น แม้จะมีการติดชิ้นส่วนเข้ากับชิ้นงานหรือการเปลี่ยนรูปร่างของชิ้นงาน แต่เป้าหมายของ Datum และตัว Datum เองก็ยังสามารถเคลื่อนที่ได้
Spot facing (เฉพาะ ASME)
Spot facing (เฉพาะ ASME)
การเกลาผิวที่จะคว้านรูที่มีแกนกลางร่วมกันอีกรูหนึ่งให้ใหญ่ขึ้น
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนทางสถิติ (เฉพาะ ASME)
เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนทางสถิติ (เฉพาะ ASME)
ข้อมูลจำเพาะที่จะกำหนดเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนให้กับชิ้นส่วนที่ประกอบกันแล้วโดยอิงจากสถิติ เมื่อใช้เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนทางสถิติ เกณฑ์ความคลาดเคลื่อนของส่วนประกอบแต่ละชิ้นอาจเพิ่มขึ้นได้ ซึ่งจะลดช่องห่างระหว่างส่วนประกอบและชิ้นส่วนที่นำมาประกอบกัน ถึงแม้ว่าจะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและ/หรือลดต้นทุนการผลิตได้ แต่การใช้งานเกณฑ์ความคลาดเคลื่อนนี้ก็ยังต้องอาศัยกระบวนการจัดการทางสถิติที่เหมาะสมก่อน
Feature ต่อเนื่อง (เฉพาะ ASME)
Feature ต่อเนื่อง (เฉพาะ ASME)
“CF” หมายถึง “Feature ต่อเนื่อง” ข้อกำหนดนี้จะระบุเมื่อต้องปฏิบัติกับ Feature ทั้งหลายให้เป็น Feature เดี่ยวทางเรขาคณิต

ถังก๊าซ LPG มีอายุเท่าไหร่

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน เกี่ยวกับคำถามเรื่องอายุถังก๊าซ LPG ที่ใช้ในรถยนต์ ที่ถามกันบ่อยๆ เพราะบางท่านได้บอกว่า ถังมีอายุ 10 ปีบ้าง 20 ปีบ้าง ...